ก่อนอื่นจะขอกล่าวถึงความเป็นมาในเรื่องของความเสมอภาคระหว่างหญิงชายเพื่อให้ข้าราชการในสังกัดทุกท่านได้เข้าใจเบื้องต้นก่อนว่ามีความเป็นมาอย่างไร ทำไมส่วนราชการจึงจะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย ประกอบด้วยเรื่องต่อไปนี้
ความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในประเทศไทย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสำคัญต่อความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายอย่างชัดเจน โดยระบุในมาตรา ๓๐ วรรค ๒ ว่า“ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน” และในวรรคที่ ๓ ว่า“มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ” มาตรา ๘๐ ระบุว่า “รัฐต้องส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย” นอกจากนี้ในโครงสร้างภาครัฐก็มีหน่วยงานในระดับสำนักที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับนโยบายสตรี ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ (กสส.) และหน่วยงานย่อย ๆ ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนสตรีในประเด็นต่าง ๆ เช่น กองประสานการพัฒนาฝีมือแรงงานสตรีและเด็ก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กองพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน กรมการพัฒนาชุมชน และสำนักเลขานุการคณะกรรมการโครงการต่อต้านการค้าหญิง และเด็กกรมประชาสงเคราะห์ เป็นต้น
ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับความเสมอภาคระหว่างหญิงชายนั้น ประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมเพื่อบัญญัติปฏิญญาปักกิ่งและแผนความก้าวหน้าของสตรีในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งเป็นแผนที่นานาประเทศร่วมกันสร้างและมีการติดตามผลการดำเนินงานด้วยยิ่งกว่านั้นประเทศไทยได้ลงนามในพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (Convention on theElimination of All Forms of Discrimination against Women – CEDAW) เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๓ และองค์การสหประชาชาติแจ้งว่ามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งพิธีสารดังกล่าวกำหนดกลไกกระบวนการร้องเรียนและตรวจสอบในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสตรีในรัฐภาคี ได้ ก.พ.กับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในระบบราชการ หลักความเสมอภาคเป็นส่วนหนึ่งของระบบคุณธรรมที่มีมานานแล้วในราชการพลเรือนไทยมีกลไกของราชการมากมายที่สร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความเสมอภาคของข้าราชการทุกระดับอย่างไรก็ดีหลักของความเสมอภาคที่พิจารณาจากมุมมองของความเท่าเทียมระหว่างข้าราชการหญิงและข้าราชการชาย ยังมิได้มีการระบุไว้ชัดเจนและการดำเนินการเรื่องนี้ในประเทศไทยยังต้องการพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในสังคมโลก
ก.พ.ในฐานะขององค์กรกลางที่ทำหน้าที่จัดระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในระบบราชการ
ตั้งแต่ระบบการคัดเลือก การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่งและเงินเดือน การให้รางวัลและการประเมินผล เป็นต้น ตระหนักถึงความสำคัญของการนำศักยภาพของข้าราชการทั้งหญิงและชายมาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งหญิงและชายอันเป็นกลุ่มลูกค้าผู้รับบริการ
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ก.พ.ได้ปรับปรุงมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของบางตำแหน่งที่เคยกำหนด คุณสมบัติเฉพาะว่าผู้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งที่เคยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะว่าผู้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นชายได้แก่ ตำแหน่งปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง ๓) ซึ่งได้ปรับปรุงใหม่โดยตัดข้อจำกัดเรื่องเพศออกทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการเข้ารับตำแหน่งราชการของหญิงและชาย ทำให้มีการแต่งตั้งข้าราชการหญิงให้ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด และตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
ในเวลาต่อไป
นอกจากนี้ ก.พ.ยังได้จัดสรรทุนรัฐบาลด้านสตรีศึกษาในต่างประเทศ จำนวน ๓-๔ ทุนต่อปีได้เสริมสร้างและพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในความสำคัญเรื่องความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย โดยการบรรจุชุดวิชาที่เกี่ยวกับบทบาทหญิงชายในการอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับกลาง และระดับสูง เพื่อเป็นการเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ด้านบทบาทหญิงชายในส่วนราชการ
เพื่อให้การบริหารงานบุคคลในราชการพลเรือนสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๓๐ วรรคสองที่บัญญัติให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันและมาตรา ๘๐ บัญญัติให้รัฐต้องส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย ก..พ.จึงกำหนดเรื่องแนวทางการส่งเสริมและสร้างความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายในการบริหารงานบุคคลในราชการพลเรือน ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร ๐๗๐๘.๑/ว ๗ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๓
สำนักงาน ก.พ.เล็งเห็นว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญในการสร้างความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในระบบราชการคือการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหญิงและชาย อันจะนำมาซึ่งการปฏิบัติที่มีความเท่าเทียมจากมุมมองดังกล่าว ประการสำคัญคือความตระหนักและการนำไปใช้จริงในกระทรวงการบริหารงานบุคคลและการบริหารจัดการอื่น ๆ เช่น การพิจารณอนุมัติโครงการต่าง ๆ ในส่วนราชการให้คำนึงถึงผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับบริการ และผลกระทบต่อประชาชนทั้งหญิงและชาย เป็นต้น
สำนักงาน ก.พ.จึงสร้างกลไกในการสร้างสภาพเอื้อให้เกิดความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในระบบราชการโดยการกำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชายของผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชายในส่วนราชการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อดูแลประเด็นความเสมอภาคระหว่างหญิงชายสร้างให้เกิดความตระหนักเรื่องบทบทหญิงชายแก่ข้าราชการในส่วนราชการ การสร้างบรรยากาศในการทำงานที่มีความสมานฉันท์ระหว่างข้าราชการหญิงและชายและส่งเสริมการสร้างความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายในการบริหารบุคคลภายในส่วนราชการอีกทั้งยังกำหนดให้มีหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีอีกด้วยการกำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย และบทบาทหน้าที่ของศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย (ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร ๐๗๐๘/ว ๓ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๕
อ่านต่อ